สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษและลิ้มรสความอร่อยไปกับ Chef’s Table

สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษและลิ้มรสความอร่อยไปกับ Chef’s Table

วันนี้ผมขอพูดถึง Chef’s Table by เชฟอาร์ต นะครับ เนื่องจากตัวผมนั้นได้ลองไปสัมผัสกับความอร่อยและเสน่ห์ในบรรยากาศของการรับประทานอาหารแบบ Chef’s Table มา ขอเริ่มกันที่ความหมายของ Chef’s Table ก่อนเลย คำเก๋ๆและฟังดูเท่แบบนี้ แปลตรงๆเลยก็คือโต๊ะของเชฟ หรืออีกนัยนึงก็คือการแสดงความสามารถของเชฟในการปรุงอาหารมื้อพิเศษสำหรับแขกพิเศษในแบบส่วนตัว โดยที่ในระหว่างนั้นเราสามารถพูดคุยกับเชฟได้อย่างเป็นกันเอง จริงๆแล้วก็เป็นกระแสที่บ้านเราเริ่มมีกันมาสักพักแล้ว แต่ถ้าให้ลองนับดูในตอนนี้ผมคิดว่ายังมีจำนวนไม่มากนัก ในอนาคตน่าจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เชฟอาร์ต-chefs-table

เชฟอาร์ต-chefs-table

chef's-table by เชฟอาร์ต

chef’s-table by เชฟอาร์ต

สำหรับ Chef’s Table นั้นสิ่งที่ต้องมีและสำคัญที่สุดก็คือ โต๊ะทานอาหารในครัว อาจจะเป็นที่บ้านของเชฟเองหรือเป็นร้านอาหารที่มีการจัดโต๊ะพิเศษในแบบ Chef’s Table ซึ่งสามารถเห็นกรรมวิธีในการปรุงแต่งของเชฟในแต่ละเมนูได้อย่างใกล้ชิด โดยปกติแล้วใครที่อยากจะลิ้มลองมื้อพิเศษแบบนี้จะต้องทำการจองกับเชฟไว้ก่อนล่วงหน้า อย่างเชฟอาร์ต Chef’s Table ที่ผมได้ลองชิมฝีมือมาแล้ว จะต้องนัดล่วงหน้าเพราะเชฟบอกว่าคิวมีมาตลอด และเพื่อให้เชฟได้หาวัตถุดิบสดใหม่ที่มีหรือน่าสนใจในช่วงนั้น ดังนั้นเมนูที่เชฟสร้างสรรค์ในแต่ละครั้งจึงแตกต่างกันไปด้วย หรือถ้าคุณสนใจเมนูอะไรเป็นพิเศษก็สามารถพูดคุยกับเชฟว่าเราอยากได้แต่สำหรับผมชอบให้เชฟเป็นคนคิดเมนูให้มากกว่า มันสนุกดีนะครับในตอนที่ดูเชฟทำอาหารแล้วก็ลุ้นว่าจะออกมาในรูปแบบไหน ที่สำคัญเราต้องบอกเชฟก่อนด้วยว่ามีใครแพ้อาหารชนิดใด ซึ่งจริงๆแล้วเชฟอาร์ตก็จะถามถึงอยู่แล้วเพื่อที่จะงดใช้วัตถุดิบนั้นๆ

วัตถุดิบ-chefs-table

วัตถุดิบที่เตรียมไว้

มีด เชฟอาร์ต

มีด เชฟอาร์ต

beverage

beverage

นอกจากได้เห็นการปรุงอาหาร การจัดจาน เห็นครัวจริงๆและอุปกรณ์จริงๆที่เชฟอาร์ตใช้ในการทำอาหารแล้ว ความสนุกของ Chef’s Table  อีกอย่างนึงที่ผมสัมผัสได้ก็คือ การที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ของเชฟอาร์ตกับผู้ที่มาร่วมรับประทานอาหาร แนวคิดในการทำอาหารในแต่ละเมนู รวมไปถึงเทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อหรือเลือกใช้ของในแต่ละอย่าง ซึ่งเชฟอาร์ตเองก็รับฟังความคิดเห็นจากเราด้วยเช่นกัน

chef's-table by เชฟอาร์ต

chef’s table by เชฟอาร์ต

เชฟอาร์ต chef's table

เชฟอาร์ต chef’s table

เชฟอาร์ต-chefs-table

เชฟอาร์ต chef’s table with diner

เชฟอาร์ตนั้นมีชื่อจริงว่า ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ เป็น Celebrity Chef ที่ทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านอาหารให้กับ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น และยังเป็นผู้คิดเมนูให้กับร้าน EST.33 ที่เรารู้จักกันนั่นเอง เป็นอดีตนักกีฬาว่ายน้ำระดับทีมชาติเลยทีเดียว สำเร็จการศึกษาหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต  ก่อนจะเดินทางไปศึกษาต่อด้านการทำอาหารที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ และเรียนรู้ประสบการณ์งานครัวของจริงจากร้านอาหารที่นั่น หลังจากสั่งสมประสบการณ์อย่างเต็มที่ก็กลับมาเป็นอาจารย์พิเศษที่ Le Cordon Bleu และต่อมาก็เคยได้เปิดร้าน Zeist ร้านอาหารสไตล์เฟรนช์-อิตาเลียน แถวสุขุมวิท จนสุดท้ายได้มาเป็น Celebrity Chef และ Chef’s Table ซึ่งใช้บ้านตัวเอง ย่านเอกมัยซอย 10 เปิดครัวที่บ้านตัวเองทำอาหารให้เราได้ทานกันในวันนี้

เชฟอาร์ต-chefs-table

เชฟอาร์ต

เชฟอาร์ต-chefs-table

Baked Beer Blue Mussel

ช่วงที่เชฟกำลังทำอาหารในเมนูแรกได้มีการเสริฟเบียร์ลีโอไว้รอ ช่วยเพิ่มความสดชื่นหลังจากการเดินทางมาที่บ้านเชฟอาร์ตได้ดีเลยครับ เมนูแรกเริ่มด้วย  Baked Beer Blue Mussel หอยแมลงภู่ออสเตรเลียสตรีมด้วยเบียร์ เสริฟตามด้วยขนมปังกระเทียม   พร้อมไวน์ขาวเข้ากันได้ดี  เชฟอาร์ตแนะนำว่าเราสามารถใช้เปลือกหอยแทนการใช้ส้อม ช่วยในการทานหอยตัวถัดไปได้ง่ายขึ้น โดยเอาเปลือกมันมาหนีบหอยอีกตัวเข้าปากได้ทันที เป็นเมนูแรกที่เริ่มต้นก็สนุกแล้วใช่มั้ยครับ

 white wine chefs-table

white wine

เชฟอาร์ต-chefs-table

เชฟอาร์ต พิถีพิถันในการปรุง

 

เชฟอาร์ต-chefs-table

เชฟอาร์ต

chef art-chef's-table

Beer Butter Poached Lobster

เมนูที่สอง Beer Butter Poached Lobster กุ้งลอบเสตอร์ เนื้อกุ้งเต็มคำ ราดด้วยซุปมันกุ้งที่เชฟเล่าให้ฟังว่าใช้หัวกุ้งจำนวนมากเอามาต้มจนกลายเป็นซุปเข้มข้น  โดยชั้นบนของซุปจะตีให้เป็นฟองเพื่อให้ได้รสสัมผัสที่นุ่มละมุนแต่ยังคงความเข้มข้นของรสชาติอยู่

chef's-table

ลิ้นวัว

เชฟอาร์ ตกแต่งอย่างปราณีตพิถีพิถัน

เชฟอาร์ ตกแต่งอย่างปราณีตพิถีพิถัน

Ox tongue boil with Leo Beer

Ox tongue boil with Leo Beer

เมนูที่สาม Ox tongue boil with Leo Beer  ตามชื่อก็คือลิ้นวัวนั่นเองครับ มีการใช้เบียร์ลีโอเป็นส่วนผสมด้วยครับ โดยนำลิ้นวัวมาหมักรวมกับเครื่องเทศโดยห่อพลาสติกทิ้งไว้ข้ามคืนหรือที่เขาเรียกว่าการซูวี ( Sous Vide วิธีปรุงอาหารแบบฝรั่งเศส) จนเมื่อนำลิ้นวัวมาต้มด้วยไฟอ่อนๆ จะพบว่าลิ้นวันนั้นนุ่มมากๆ เสริฟพร้อมผักสลัดราดด้วยซอส honey mustard เคียงด้วยมะเขือเทศ ผมบอกเลยครับลิ้นวัวนุ่มมากจริงๆ

เชฟอาร์ต

เชฟอาร์ต ลวกเส้นสด fettuccine

เชฟอาร์ต-chefs-table fettuccine

เครื่องสำหรับตัดเส้นเฟตตูชินี

chefs-table-เชฟอาร์ต-

chef’s-table

Homemade Fettuccine Lamb n Wild Mushroom Ragù

Homemade Fettuccine Lamb n Wild Mushroom Ragù

Homemade Fettuccine Lamb n Wild Mushroom Ragù เมนูที่สี่ คือพาสต้าที่ใช้เส้นสดFettuccine ที่เชฟบอกเองว่าตัดด้วยตัวเองจริงๆ เพราะมั่นใจในกระบวนการทำของตัวเองมากกว่าที่จะซื้อเส้นแบบสำเร็จครับ ราดด้วยซอสเนื้อสะโพกแกะและเห็ดสับ รสชาติจะเข้มข้นมีกลิ่นเครื่องเทศที่ชัดเจนหอมอร่อย เส้นไม่แข็งซึ่งง่ายต่อการทาน

เชฟอาร์ต chef's table

เชฟอาร์ต chef’s table

Beer Basting Beef Cheek and Roasted US Prime Ribeye and Wild Mushroom Risotto

Beer Basting Beef Cheek and Roasted US Prime Ribeye and Wild Mushroom Risotto

-chefs-table

red wine

เมนูที่ห้า Beer Basting Beef Cheek and Roasted US Prime Ribeye and Wild Mushroom Risotto มันคือ ริบอาย เนื้อวัว US. เสิร์ฟพร้อมเนื้อแก้มวัวตุ๋น ที่วางอยู่บน Risottoผัดด้วยเบียร์ลีโอ  และยังเสริฟพร้อมไวน์แดงด้วย ต้องบอกเลยว่าเข้ากันสุดๆครับ เชฟบอกต่อด้วยว่า เนื้อแก้มวัว นั้นผ่านการทำ Sous Vide นานถึงสองวัน กว่าจะได้เนื้อที่นุ่มแบบนี้

Lava Chocolate Cake and Homemade Vanilla Icecream with White Chocolate Sauce and Mix Berry with Passion Fruit and Pine Apple Sauce

Lava Chocolate Cake and Homemade Vanilla Icecream with White Chocolate Sauce and Mix Berry with Passion Fruit and Pine Apple Sauce

จบด้วยเมนูสุดท้าย Lava Chocolate Cake and Homemade Vanilla Icecream with White Chocolate Sauce and Mix Berry with Passion Fruit and Pine Apple Sauce เสริฟด้วยไอศครีมวนิลาวางทับบน white chocolateอีกที เคียงมาด้วย Mix Berry และตามด้วยซอสเสาวรสหวานๆ คู่กับเค้กช็อคโกแลตลาวารสเข้มข้นที่ลาวานั้นอุ่นๆกำลังดี

เชฟอาร์ต และทีมงาน

เชฟอาร์ต และทีมงาน

chef's table by เชฟอาร์ต

chef’s table by เชฟอาร์ต

เชฟอาร์ต และผู้ร่วมรับประทานอาหาร

เชฟอาร์ต และผู้ร่วมรับประทานอาหาร

ในวันนั้นเชฟอาร์ตได้ทำอาหารให้เราทานกันรวมแล้ว 5 จาน ตามด้วยของหวานอีก 1  ทุกๆจานที่เชฟทำมีเรื่องราวให้น่าจดจำ โดยที่เวลาราวๆเกือบ 4 ชั่วโมงนั้นดูน้อยไปทันที ที่ได้มาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษและลิ้มรสความอร่อยไปกับ Chef’s Table ไม่ว่าจะความรู้เรื่องอาหาร วัตถุดิบ รสชาติ และสไตล์การปรุงอาหารของเชฟอาร์ต ผมคิดว่าทุกท่านคงจะเข้าใจคอนเซ็ปของ chef’s table ว่าคืออะไรได้มากขึ้น รวมทั้งได้รู้จัก เชฟอาร์ต ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ ผู้ที่เป็น Chef’s Table ในวันนี้ สุดท้ายก่อนจากกันหวังว่าทุกท่านจะมีความสุขที่ได้อ่านเรื่องราวทั้งหมดนี้นะครับ
สวัสดีครับ  :)

 

 

 

หมายเหตุ ยังมีคนอื่นๆที่ไปทานอาหารด้วยกัน ไปอ่านความคิดเห็นมุมต่างของแต่ละคนได้ที่นี่ครับ

สุดExclusiveเปิดบ้านทานมื้อค่ำกับ Chef’s Table By เชฟอาร์ต
Chef’s Table By เชฟอาร์ต ที่นี่..อาหารคือความสุข
สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษและลิ้มรสความอร่อยไปกับ Chef’s Table
Chef’s Table By Chef Art ประสบการณ์สุด Exclusive ที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต
อาหารที่ปรุงจากเบียร์ by เชฟอาร์ต
เปิดเมนูใหม่สุดพิเศษในสไตล์ Chef’s Table by เชฟอาร์ต
เปิดประสบการณ์ความอร่อยในรูปแบบ Chef’s Table ไปกับ เชฟอาร์ต